1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0.00 (0 Votes)

ประเทศเกษตรกรรม + ประเทศอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

   แต่ไหนแต่ไรที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม  มีพืชผลทางการเกษตรเป็นสินค้าส่งออกและเป็นรายได้หลักของประเทศ จนกระทั่งปีพ.ศ .2530 รัฐบาลประกาศให้ปีนั้นเป็นปีแห่งการท่องเที่ยว ตามกลยุทธ์ทางการตลาดของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 ระหว่างปี พ.ศ. 2530-2534 ซึ่งถือเป็นยุคทองของการท่องเที่ยวในประเทศไทย รายได้จากการท่องเที่ยวจึงเพิ่มขึ้นทุกปีและมีมูลค่าเท่ากับสองในสามของสินค้าส่งออกประเภทเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมสิ่งทอ นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลกคิดและวางแผนจะมาเที่ยว ผลการสำรวจพบว่าประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับหนึ่งในประเภทแหล่งท่องเที่ยวที่มีมิตรไมตรีดี ที่พักราคาย่อมเยา และติดอันดับสี่ในประเภทแหล่งท่องเที่ยวที่มีอาหารดีรองจากฝรั่งเศส อิตาลี และฮ่องกง 
ต้นทุนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

   อุตสหกรรมการท่องเที่ยวไทยตั้งอยู่บนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่เราคิดกันว่ามีอยู่เหลือเฟือ และตั้งอยู่บนศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม รวมถึงอัธยาศัยไมตรีของคนไทย ดังที่เคยได้ยินกันมานมนานว่า “สยามเมืองยิ้ม” สิ่งเหล่านี้จึงถือได้ว่าเป็นสินค้าการท่องเที่ยวที่เราไม่ต้องลงทุน

   แต่...ทุนของเรากำลังจะหมดไปหรือเปล่า ?  

   เมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังกลายเป็นงูที่กินหางตัวเอง ทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่ย่ำยีทรัพยากรธรรมชาติ ในขณะที่เจ้าของแหล่งท่องเที่ยวหรือคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวมากนัก แต่กลับเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว แล้ว... ยังมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่สำหรับการชื่นชมความสำเร็จด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ฉะนั้น สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงนับจากนี้ไปคือ ทางออกของการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย ด้วยการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (2542)  อ้างถึงหลักการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของเชอลี่ อีเบอร์* (Shirley Eber : 1993) ไว้ดังนี้

1.  การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรอย่างพอดี  ทั้งที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม  เป็นสิ่งสำคัญ และเป็นแนวทางการทำธุรกิจในระยะยาว (Using Resource Sustainably) 

2. การลดการบริโภคที่มากเกินจำเป็น และการลดของเสีย จะเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และเพิ่มคุณภาพของการท่องเที่ยว (Reducing Over - consumption and Waste) 

3.  การรักษาและสิ่งเสริมความหลากหลายของธรรมชาติ  สังคม และวัฒนธรรม ที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวในระยะยาว และช่วยขยายฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Maintaining Diversity)

4. การประสานการพัฒนาการท่องเที่ยวเข้ากับกรอบแผนการพัฒนาชาติ  การพัฒนาท้องถิ่น และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะช่วยขยายศักยภาพการท่องเที่ยวในระยะยาว (Integrating Tourism into Planning)

5. การท่องเที่ยวที่รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น โดยพิจารณาด้านราคาและคุณค่าของสิ่งแวดล้อมไว้ ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการประหยัด แต่ยังป้องกันสิ่งแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลายอีกด้วย (Supporting Local Economics) 

6. การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ไม่เพียงแต่สร้างผลตอบแทนแก่ประชากรและสิ่งแวดล้อมโดยรวม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพการจัดการการท่องเที่ยวอีกด้วย (Involving Local Communities)

7.  การปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างผู้ประกอบการ ประชาชนท้องถิ่น องค์กรและสถาบันที่เกี่ยวข้อง มีความจำเป็นในการที่จะร่วมงานไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งร่วมแก้ปัญหา และลดข้อขัดแย้งในผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน (Consulting Stakeholders and the Public)

8.  การฝึกอบรมบุคลกร โดยสอดแทรกแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการพัฒนาแบบยั่งยืนต่อบุคลากรท้องถิ่นทุกระดับ จะช่วยยกระดับการบริการการท่องเที่ยว (Training Staff)

9. การตลาดที่จัดเตรียมข้อมูลอย่างพร้อมมูล จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจและเคารพในสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยว และจะช่วยยกระดับความพอใจของนักท่องเที่ยวด้วย (Marketing Tourism Responsibly)

10.  การวิจัยและการติดตามตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต่อการช่วยแก้ปัญหา และเพิ่มผลประโยชน์ต่อแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว และนักลงทุน (Undertaking Research)

จะเห็นได้ว่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นเรื่องของคนทุกคน ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง หากทุกคนร่วมมือกันทำได้ก็จะเกิดประโยชน์อันสมดุลย์ 

ฝ่ายที่ 1 : กลุ่มผู้ประกอบการ  

ผู้ประกอบการมีบทบาทสำคัญอย่างมากกับการรักษาแหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืนตลอดไป  ซึ่งนั่นหมายถึงอาชีพของคุณก็จะสามารถดำเนินได้ตลอดไปด้วย  

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีความน่าสนใจและเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดท่องเที่ยวปัจจุบัน  เพราะกระแสความนิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงหลังมีความต้องการให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย  ซึ่งผลสำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป พบว่า 80% ยินดีที่จะจองรายการท่องเที่ยวกับบริษัทที่อนุรักษ์ธรรมชาติ วัฒนธรรม และแบ่งปันผลประโยชน์แก่ชุมชน ซึ่งการทำธุรกิจแบบยั่งยืนนี้ที่ว่านี้ เป็นการทำธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความอยู่รอดทางเศรษฐกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม  

ฝ่ายที่ 2 : ชุมชนท้องถิ่น
ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวของชุมชนนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริงและได้รับผลประโยชน์เป็นรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง อันเป็นภาพรวมที่ดีของการกระจายรายได้ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเกิดความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมระหว่างชุมชนกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ 

ฝ่ายที่ 3 : นักท่องเที่ยว
นอกจากจะเกิดความประทับใจและได้ท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่คงความสวยงามตลอดไปแล้ว อาจเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจของการเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาแหล่งท่องเที่ยว และสนับสนุนรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นด้วย

ไม่ว่าคุณจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มใดของการท่องเที่ยว งูที่ชื่อว่าการท่องเที่ยวก็จะไม่กินหางตัวเองต่อไป หากเราตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืน ซึ่งคุณเลือกได้ว่าจะเป็นงูที่กินหางหรือไม่กินหางตัวเอง