1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0.00 (0 Votes)

   นอกจากจังหวัดกำแพงเพชรจะมีกล้วยไข่ เฉาก๊วยชากังราว และกระยาสารทเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัดแล้ว ขนมข้าวตอกของชาวบ้านนครชุม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งของดีของเด่นประจำจังหวัดกำแพงเพชรที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างนิยมซื้อติดมือไปเป็นของฝาก ด้วยรสชาติที่หวานหอมถูกใจคนทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงทำให้ขนมข้าวตอกเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมที่สร้างชื่อเสียงและทำรายได้ให้แก่ชาวชุมชนนครชุมเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าถ้ามานครชุมแล้วหากยังไม่ได้ลิ้มชิมรสขนมข้าวตอกอาจถือได้ว่ายังมาไม่ถึงนครชุมเลยทีเดียว 
         ขนมข้าวตอกนั้นมีส่วนผสมสำคัญอยู่สามอย่างก็คือ ข้าวเปลือกข้าวเหนียว น้ำตาลปี๊บ และน้ำกะทิ โดยนำข้าวเปลือกข้าวเหนียวไปคั่วให้แตกเป็นข้าวตอก จากนั้นจึงเก็บแกลบออกให้หมดให้เหลือแต่ข้าวตอก แล้วนำข้าวตอกที่ได้ไปตำให้ละเอียดพอประมาณ จากนั้นนำข้าวตอกที่ตำแล้วมาร่อนเพื่อแยกข้าวตอกออกเป็นสามส่วน คือ ข้าวตอกขนาดโตที่จะนำไปผสมกับกะทิ ข้าวตอกขนาดกลางสำหรับโรยบนแม่พิมพ์ และข้าวตอกขนาดเล็กที่มีเนื้อละเอียดสุดจะนำไปโรยหน้าขนมเพื่อให้ขนมดูน่าทาน

       เมื่อเตรียมข้าวตอกสามส่วนเสร็จแล้ว นำน้ำกะทิและน้ำตาลปี๊บที่เตรียมไว้ใส่กระทะทองเหลือง แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนให้เหนียวพอประมาณ ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปผสมกับข้าวตอกส่วนตัวโตที่เตรียมไว้ จากนั้นนำข้าวตอกขนาดกลางไปโรยบนแม่พิมพ์ แล้วนำข้าวตอกที่ผสมกับน้ำเชื่อมกะทิแล้วมาอัดใส่แม่พิมพ์จนแน่น ต่อจากนั้นจึงค่อยแกะออกจากแม่พิมพ์ ซึ่งข้าวตอกขนาดกลางที่เราโรยบนแม่พิมพ์ไว้ก่อนหน้าจะช่วยให้เราสามารถแกะขนมข้าวตอกออกจากแม่พิมพ์ได้โดยง่าย จากนั้นจึงโรยข้าวตอกละเอียดไปบนตัวขนมให้ทั่วเพื่อให้ขนมดูขาวนวลน่าทาน และไม่ติดมือ และขั้นตอนสุดท้ายนำขนมใส่ในลังถึงเพื่ออบเทียนกำยาน โดยปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ประมาณ ๑-๒ ชั่วโมง ก็จะได้ขนมข้าวตอกหอมๆ แสนอร่อย อันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวนครชุมที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกหาซื้อไปรับประทานกัน

        แต่ถ้าใครอยากจะทานขนมข้าวตอกแบบเข้าถึงบรรยากาศจริงๆ ล่ะก็ ต้องแวะมาที่งานตลาดย้อนยุคนครชุม ซึ่งมีการจัดกันเป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์แรกของทุกเดือนที่ตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งในงานจะมีการรวบรวมอาหารไทยโบราณที่หาทานได้ยากมาจำหน่ายให้ได้เลือกซื้อกัน ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ทานอาหารและขนมแปลกๆ อร่อยๆ กันแล้วยังมีส่วนช่วยรักษาวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นอีกด้วย