องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

เที่ยวสงขลา ONE DAY TRIP “ย้อนรอยรากการตั้งถิ่นฐานสู่การเป็นเมืองมรดกโลก”

1774100880
ขนาดตัวอักษร

          เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ ตลาดนัดนาหลา ตลาดชุมชนเล็ก ๆ ในตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเสน่ห์ของวิถีพื้นบ้าน กลิ่นหอมของ “น้ำชาโบราณ” ลอยมาแต่ไกล ชวนให้นั่งพักผ่อนสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของร้านน้ำชากลางตลาด ลิ้มลองเมนูพื้นถิ่นอย่างเหนียวปิ้ง เหนียวซาวพร้าว และขนมพื้นบ้านหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมดู ขนมด้วง ที่หาทานได้ยากและคงรสชาติดั้งเดิมไว้อย่างดี
          นอกจากการเดินชมและชิมแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ “ลงมือทำจริง” ผ่านกิจกรรมมีส่วนร่วมกับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ทำขนมพื้นบ้าน หรือทดลองสวมบทบาทเป็นแม่ค้าหน้าร้าน ได้ทั้งความสนุก ความรู้ และรอยยิ้มจากคนในชุมชนอย่างใกล้ชิด
          ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ตลาดนัดธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่จะทำให้เช้าวันธรรมดา กลายเป็นประสบการณ์พิเศษที่น่าจดจำ

          แวะเรียนรู้ที่ ศูนย์ฝึกโนราท่าข้าม ภายใน อบต.ท่าข้าม สัมผัสเสน่ห์ศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ ชมการแสดงโนราจากเยาวชนในชุมชน พร้อมบรรยากาศการสืบสานภูมิปัญญาที่มีชีวิต พ่อแม่ผู้ปกครองร่วมกันร้อยลูกปัดโนรา ทำเป็นสร้อยคอและสร้อยข้อมืออย่างประณีต
          นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างใกล้ชิด ทั้งฝึกหัดรำโนราเพื่อการออกกำลังกาย และเรียนรู้การร้อยลูกปัดด้วยตนเอง พร้อมรับผลงานกลับไปเป็นของที่ระลึก อีกทั้งยังได้ฟังแนวทางการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดย อบต.ท่าข้าม ซึ่งเป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

          สัมผัสต้นแบบการท่องเที่ยวชุมชนที่ สวนเทพหยา ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา แหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ขับเคลื่อนเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนอย่างเข้มแข็ง นั่งรถท่องเที่ยวชุมชนชมรอบตำบล ได้เรียนรู้และลงมือทำเมนูพื้นถิ่นแสนอร่อย พร้อมเยี่ยมชมฐานกิจกรรมต่าง ๆ ที่สะท้อนการเชื่อมโยงของคนในชุมชน จากสวนเทพหยาสู่บ้านเกษตรกร เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรผสมผสาน ชมการสาธิตทำแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ ต่อด้วยการแวะ วัดป่าขาด ศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรที่ “บ้านปลาหมายเลข ๑๐” แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของทะเลสาบสงขลา พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนในพื้นที่
          เส้นทางนี้สะท้อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ด้วยการแวะตลาดสินค้าชุมชนและอาหารท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์

          ล่องแพชุมชนที่ แพคลองรี ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ สัมผัสเสน่ห์ทะเลสาบสงขลาแบบใกล้ชิด พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านกลางน้ำเพลิดเพลินกับเมนูไฮไลต์ “กุ้งก้ามกราม 3 น้ำ” สด ๆ จากทะเลสาบ เผาร้อน ๆ กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรชุมชน รสจัดจ้าน พร้อมเมนูท้องถิ่นอย่างแกงกะทิปลามิหลัง ยำกุ้งหวานมะม่วงเบา ปลาแดดเดียว และแกงเลียงหัวโหนด ปิดท้ายด้วยขนมหวานลูกตาลเชื่อมแสนสดชื่น ระหว่างล่องแพ ฟังเรื่องเล่าทะเลสาบสงขลาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนที่ร่วมกันบริหารจัดการการท่องเที่ยว สร้างรายได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบทั้งความอร่อย ความรู้ และความยั่งยืนในวิถีชุมชนริมทะเลสาบ

          สัมผัสเส้นทางแห่งศรัทธา “ตามรอยหลวงปู่ทวด” จากจุดกำเนิดสู่ตำนาน เริ่มต้นที่ วัดต้นเลียบ สถานที่ฝังรกของหลวงปู่ทวด พร้อมร่วมกิจกรรมพิมพ์พระเป็นที่ระลึก จากนั้นเดินทางสู่ วัดดีหลวง สถานที่บรรพชาเป็นสามเณร ระหว่างทางได้สัมผัสบรรยากาศวิถีชนบทใต้แนวต้นตาลโตนด พร้อมชิมลูกตาลกะทิสด ก่อนเรียนรู้สถานที่ผูกเปลในวัยเยาว์ของท่าน ต่อด้วยการสักการะและเยี่ยมชม ที่พักสงฆ์นาเปล สถานที่ผูกเปลของหลวงปู่ทวดในขณะที่พ่อและแม่ของหลวงปู่ทวดไปทำนา ต่อกันด้วยการเยี่ยมชม ถ้ำคูหา (ถ้ำเขาคูหา) โบราณสถานศาสนาพราหมณ์เก่าแก่ของภาคใต้ ก่อนปิดท้ายที่ วัดพะโคะ วัดสำคัญที่หลวงปู่ทวดเคยจำพรรษา อันเป็นต้นกำเนิดตำนาน “เหยียบน้ำทะเลจืด” เส้นทางนี้ไม่เพียงสะท้อนประวัติศาสตร์และความศรัทธา แต่ยังมอบความสงบและความอิ่มใจให้กับผู้มาเยือนอย่างลึกซึ้ง

          ปิดท้ายที่ โรงสีแดง เมืองเก่าสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง สัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าผ่านเรื่องเล่าหัวเขาแดงและย่านบ่อยาง เรียนรู้เส้นทางสู่มรดกโลกจากอดีตถึงปัจจุบัน อิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่ร้าน Harbor @ Hub Ho Hin ริมทะเลสาบ ลิ้มลองเมนูสร้างสรรค์ “ข้าวหมกซิงกอร่า” หอมเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมอาหารทะเลสด ๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นสุดประทับใจ สะท้อนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผสานวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นได้อย่างลงตัว