องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

ความเป็นมา ของสำนักงานพื้นที่พิเศษ 1

1626687180
ขนาดตัวอักษร

ความเป็นมาของสำนักงานพื้นที่พิเศษ 1

*****************

 สำนักงานพื้นที่พิเศษ 1 (อพท.1) เป็นหน่วยจรยุทธ์ทำงานในพื้นที่ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีพื้นที่การดำเนินงานใน 2 แห่งคือ คุ้งบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และคลองดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

พื้นที่ทำงานใกล้กรุง ณ คุ้งบางกะเจ้า

การเข้ามาดำเนินงานในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงต้องการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวคุ้งบางกะเจ้าแห่งนี้ และทรงมีพระราชดำริว่า ควรสงวนพื้นที่นี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียวและคงความเป็นปอดของคนเมืองไว้ และในปี พ.ศ. 2549 นิตยสารไทม์เอเชีย (Time Asia) ฉบับ Best of Asia ได้ยกย่องให้บางกะเจ้าเป็นปอดกลางเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย และถูกขนานนามว่า "ปอดกรุงเทพฯ”

 จุดเริ่มต้นของ อพท. ในการมาดำเนินงาน ณ พื้นที่คุ้งบางกะเจ้า เริ่มมาจากคณะอนุกรรมการ ที่ปรึกษาโครงการรักษ์น้ำ รักษ์ป่า รักษ์คุ้งบางกะเจ้า โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานอนุกรรมการ และมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (กพท.) ร่วมเป็นอนุกรรมการด้วยนั้น มีภารกิจดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีในการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า และคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวคาดหวังว่า อพท. จะเป็นหน่วยงานสำคัญที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการบริหารโครงการดังกล่าวได้ ซึ่ง ผู้อำนวยการ อพท. ได้รายงานว่า อพท. เคยพิจารณาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อมา มติ กพท. ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 เห็นชอบให้ อพท. ดำเนินโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการประกาศพื้นที่พิเศษบางกะเจ้า ซึ่งผู้อำนวยการ อพท. ได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาขีดความสามารถการท่องเที่ยว (สพข.) ลงพื้นที่สำรวจเพื่อประเมินศักยภาพของพื้นที่โดยการให้คะแนนตามเกณฑ์การประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน (สทช.) ลงพื้นที่ประสานงานเพื่อเตรียมความพร้อมกับชุมชนในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า ประกอบกับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำริเห็นด้วยกับการดำเนินงานตามแผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สีเขียวคุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน โดยมูลนิธิชัยพัฒนาได้มีคำสั่งมูลนิธิชัยพัฒนาที่ 58/2561 เรื่องแต่งตั้ง คณะทำงานดำเนินการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน โดยแบ่งเป็น 6 ด้าน ดังนี้ 1) คณะทำงานด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว 2) คณะทำงานด้านการจัดการน้ำและการกัดเซาะริมตลิ่ง 3) คณะทำงานด้านการจัดการขยะ 4) คณะทำงานด้านการส่งเสริมอาชีพ 5) คณะทำงานด้านการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม และ 6) คณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีผู้อำนวยการ อพท. เป็นประธานคณะทำงาน มีภาคีในการทำงานร่วมกันถึง 46 องค์กร จำนวน 63 คน ครอบคลุมทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคชุมชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เช่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กรมการท่องเที่ยว นายอำเภอพระประแดง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา พัฒนาชุมชนอำเภอพระประแดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 6 ตำบล เป็นต้น

การดำเนินงานในพื้นที่อย่างเข้มข้นนั้น เริ่มในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืนนั้น อพท.ได้เข้าไปสร้างและพัฒนากลไกใน 3 ระดับ ตั้งแต่กลไกระดับตำบล ซึ่งก็คือ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนทั้ง 6 ตำบล (ตำบลทรงคนอง ตำบลบางกระสอบ ตำบลบางยอ ตำบลบางน้ำผึ้ง ตำบลบางกอบัว และตำบลบางกะเจ้า) ถัดมาเป็นกลไกระดับคุ้ง ซึ่งก็คือ ชมรมเครือข่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนคุ้งบางกะเจ้า ซึ่งกรรมการผ่านการคัดเลือกจากตัวแทนในระดับตำบล ๆ ละ 4 คน เข้ามาบริหารจัดการและขับเคลื่อนการทำงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนร่วมกันในภาพรวมของคุ้งบางกะเจ้า ระดับถัดมา คือ คณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งก่อเกิดมาจากการที่มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเนินโครงการ OUR Khung BangKachao โดยพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าในหลากหลายมิติ ผลลัพธ์จากการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว ส่งผลให้ 3 ชุมชนได้รับรางวัล DASTA AWARD ประจำปี 2562 ได้แก่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบางกอบัว ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลน้ำผึ้ง และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลทรงคนอง และ 1 ชุมชนได้มาตรฐาน CBT Thailand และมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัย Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) คือ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบางกอบัว

ในปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการเตรียมประกาศให้พื้นที่คุ้งบางกะเจ้าเป็นพื้นที่พิเศษแห่งใหม่ของ อพท.

 

พื้นที่ทำงานเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบ “วิถีคลอง วิถีไทย ตามรอยเสด็จคลองดำเนิน” ณ อำเภอดำเนินสะดวก

จุดเริ่มต้นในการทำงาน ณ พื้นที่คลองอันมีเสน่ห์เกิดขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยมีตลาดน้ำดำเนินสะดวก เป็นจุดดึงดูดสำคัญเปรียบเสมือนแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกของประเทศไทย โดยเมื่อปี พ.ศ. 2522 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในขณะนั้น) ได้ถ่ายภาพตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวก และทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจัดทำโปสเตอร์ขนาดใหญ่ สำหรับนำไปประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ โดยใช้ชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Floating Market คือ ตลาดน้ำ ซึ่งเป็นคำที่สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นอันมาก เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยวก็มีการบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ จนทำให้กลายเป็นตลาดน้ำยอดนิยมของคนต่างชาติแทบจะทั่วโลกยาวนานกว่า 50 ปี เนื่องด้วย ตลาดน้ำดำเนินสะดวกมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในการเติบโตนั้นมีปัจจัยหลายประเด็นที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลกระทบในเชิงลบต่อพื้นที่และปัญหาต่าง ๆ เช่น การขายสินค้าที่มีราคาสูงกว่ามาตรฐาน การจราจรทางน้ำและการรุกล้ำลำน้ำ การจัดระเบียบทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม เรือหางยาวติดเครื่องยนต์ มีการวิ่งเร็ว และมีเสียงดัง ประกอบกับมีควันดำ ส่งผลให้เกิดมลพิษทางเสียง อากาศและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมจากท่อไอเสียของเครื่องยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบกับการดำรงชีวิตของคนในชุมชนอีกด้วย

อพท.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการพัฒนาต้นแบบวิถีคลองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจให้มีการจัดกิจกรรมล่องเรือชมทัศนียภาพ และจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวให้เหมาะสม โดยให้ยึดหลักการที่ให้ประชาชนและชุมชนในพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการให้มากที่สุด (ตามข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561) ในการนี้ อพท. จึงได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและพื้นที่ในการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยววิถีคลองตำบลดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ตัวอย่างในการนำการท่องเที่ยวโดยชุมชนมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีคลอง โดยมีหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดราชบุรี อำเภอดำเนินสะดวก เทศบาลตำบลดำเนินสะดวก กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรม กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา และชุมชนในพื้นที่คลองดำเนินสะดวก โดยได้จัดเวทีประชาคม รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ และร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการสร้างความรู้ ความเข้าใจการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมประเมินศักยภาพชุมชนตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ชุมชนมีส่วนร่วมและสามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวและได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน วิถีคลอง นั้น

จากความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพชุมชนตามแผนฯ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่สำคัญ ดังนี้ 1. เกิดกลไกและเครือข่ายในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน จำนวน 5 ชมรม ประกอบด้วย ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนวัดโชติทายการาม ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านเจ๊กฮวดมหาดเล็ก วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูตลาดน้ำดำเนินสะดวกปากคลองลัดพลี วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสวนเกษตรแม่ทองหยิบดำเนินสะดวก และชมรมคนรักษ์ตลาดน้ำดำเนินสะดวก (ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว) 2. เกิดเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบวิถีคลอง เส้นทาง "วิถีคลอง วิถีไทย ตามรอยเสด็จคลองดำเนิน" ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญ 4 แหล่ง ได้แก่ วัดโชติทายการาม บ้านมหาดเล็กเจ๊กฮวด ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก และสวนเกษตรแม่ทองหยิบ" บริหารจัดการโดยความร่วมมือของเครือข่ายทั้ง 5 ชมรม ทำให้ชุมชนมีความพร้อมในการให้บริการทางการท่องเที่ยว 3. เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มีการบริหารจัดการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) ความสะอาดในแหล่งท่องเที่ยว (Clean) ความเป็นธรรมในการท่องเที่ยวไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว (Fair) การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainability) และ การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-Based Tourism) เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยในปี 2563 ชุมชนท่องเที่ยวทั้ง 4 จุดในเส้นทางท่องเที่ยว ได้รับมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัย Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA รับรองโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4. เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เกิดการสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม และ 5. เกิดการจัดตั้งกองทุนเพื่อสาธารณประโยชน์จากการท่องเที่ยวในเส้นทางต้นแบบ