องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

อพท. ร่วมประชุมรับมอบนโยบายและพิธีปล่อยขบวนรถและชุดปฏิบัติการโดรนตรวจการณ์ทางอากาศของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

1787923500
ขนาดตัวอักษร

อพท. ร่วมประชุมรับมอบนโยบายและพิธีปล่อยขบวนรถและชุดปฏิบัติการโดรนตรวจการณ์ทางอากาศของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. พร้อมด้วยนายสุรกิจ ลิ้มสิทธิกุล รองผู้อำนวยการ อพท. ด้านบริหาร ดร.วาสนา พงศาปาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อพท. และนายหริศ เหล่าวิทยวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร เข้าร่วมพิธีปล่อยขบวนรถควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV Drone) และชุดปฏิบัติการโดรนตรวจการณ์ทางอากาศ ซึ่งจัดโดยกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และพลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นผู้กล่าวรายงาน เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ในโอกาสนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ โดย “ความปลอดภัย” ถือเป็นหัวใจสำคัญ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงมุ่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมชื่นชมกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งชุดปฏิบัติการสายตรวจอัจฉริยะ (Smart Patrol) รถปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ (UAV Drone) และเทคโนโลยีกล้อง AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจการณ์ ป้องกันอาชญากรรม อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตลอดจนสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

การขับเคลื่อนภารกิจด้านความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ มุ่งเน้น 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1. การป้องกันและปราบปรามเชิงรุก บูรณาการกำลังพล เทคโนโลยี และข้อมูล เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว 2. การช่วยเหลือและตอบสนองเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที พัฒนาระบบสายด่วน One-Service 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการจัดตั้ง Command Center เพื่อประเมินสถานการณ์และสั่งการ 3. การประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความเชื่อมั่นระดับสากล สื่อสารเชิงรุกด้านความปลอดภัย สร้างการรับรู้แก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนเดินทางมายังประเทศไทย พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือกับประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย